ดูแลหลังเสริมจมูก

รวม 6 เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีการดูแลหลังเสริมจมูก ที่คุณควรรู้!

แม้ว่าการเสริมจมูกจะดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน คิดว่าแค่จ่ายเงินก็จบ ได้จมูกสวย ๆ ดั่งใจต้องการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทรงจมูกจะคงความสวยได้นานก็ต่อเมื่อเราดูแลรักษาจมูกอย่างถูกวิธี และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เสริมจมูกมาได้ไม่นานและต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่กับเราไปอีกนาน ๆ วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับที่เกี่ยวกับการดูแลหลังเสริมจมูกมาฝากค่ะ

เคล็ด (ไม่) ลับที่สำหรับการดูแลหลังเสริมจมูก

1. รู้วิธีทำความสะอาดแผลที่ถูกต้อง

สำหรับการทำความสะอาดแผลในช่วง 3 – 4 วันแรก แนะนำให้ใช้โทนเนอร์หรือน้ำเกลือชุบสำลีแทนการล้างน้ำโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้แผลถูกกระทบกระเทือนและทำให้แผลหายช้า หากมีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลซึมออกมาให้ใช้คอตตอนบัดซับเบา ๆ และเช็ดน้ำเกลือทำความสะอาดแผลอีกที แต่ทั้งนี้ควรระวังไม่ให้แผลโดนน้ำด้วยนะคะ เพราะถ้าแผลโดนน้ำและไม่ได้เช็ดแผลให้แห้งก็จะทำให้แผลอับชื้นและอักเสบติดเชื้อตามมาด้วยค่ะ แต่หากแผลโดนน้ำไปแล้วให้รีบทำความสะอาดแผลและเช็ดให้แห้งทันที ในส่วนของการทำความสะอาดแผลนั้นสามารถทำได้ทั้งเช้า – เย็น จนกว่าจะถึงช่วงตัดไหม ในช่วงนี้ควรงดแต่งหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์จนกว่าแผลจะหายดีค่ะ

2. ประคบร้อน – เย็นให้ถูกวิธี

สำหรับการประคบหลังเสริมจมูกนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ ประคบเย็นทันทีหลังเสริมจมูก และประคบร้อน/อุ่นหลังเสริมจมูก 1 สัปดาห์

  • ประคบเย็นทันทีหลังเสริมจมูก การประคบเย็นทันทีหลังเสริมจมูกมีดีมากกว่าที่คุณคิด เพราะนอกจากลดปริมาณการเสียเลือดจากเนื้อเยื่อที่ได้รับความเสียหายหลังการรักษาแล้ว ยังบรรเทาอาการเจ็บปวดและแผลบวมได้อีกด้วย โดยคนไข้จะต้องประคบเย็นไปเรื่อย ๆ อย่างน้อย 4 – 5 วันเพื่อบรรเทาอาการ แต่ทั้งนี้ไม่ควรประคบเย็นลงบนซิลิโคนที่เสริมเข้าไปโดยตรงเพราะอาจทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวและผิดรูปได้ เราขอแนะนำให้ประคบบริเวณรอบ ๆ จะดีที่สุดค่ะ
  • ประคบร้อนหลังเสริมจมูก 1 สัปดาห์ รู้ไหมคะว่าความร้อนจากการประคบด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจะช่วยให้ลิ่มเลือดเก่าละลายเร็วขึ้น ส่งผลให้พังผืดที่แข็งเป็นไตนั้นนุ่มตัวเร็วขี้น และทำให้จมูกหายบวมไวขึ้นด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ไม่ควรประคบร้อนเกินไปเพราะอาจทำให้ผิวลวกหรืออาการบวมรุนแรงกว่าเดิมค่ะ

3. ทานยาตามหมอสั่ง

หลังจากเสริมจมูกประมาณ 2 – 3 วันแรกจะเป็นช่วงที่มีอาการปวดบวมมากที่สุด เราขอแนะนำให้ทานยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบที่คุณหมอจ่ายมาให้อย่างเคร่งครัดและควรทานให้หมด กรณีที่ทานยาหมดแล้วแต่อาการยังไม่ดีขึ้น ไม่ควรซื้อยามาทานเองเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ร่างกายได้รับยาเกินขนาด เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง หรือหากทานยาที่คุณหมอจ่ายมาให้แล้วเกิดอาการแพ้ยา ให้หยุดยาและรีบมาพบคุณหมอเพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้องจะดีกว่าค่ะ

 


4. นอนหมอนสูง

จริง ๆ แล้วการใช้หมอนสูงหนุนศีรษะอย่างน้อย 3 – 5 วันหลังเสริมจมูกเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนไข้ไม่ควรมองข้ามนะคะ เพราะการนอนด้วยหมอนสูงจะช่วยให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อป้องกันไม่ให้สารน้ำรั่วไหลออกจากเส้นเลือดและช่วยลดอาการบวมไปในตัวได้อีกด้วยค่ะ ทั้งนี้แนะนำให้วางหมอน 2 ใบซ้อนกันและใช้หมอนรองคอทุกครั้งก่อนเข้านอนเพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอนอนตะแครงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นเหตุทำให้จมูกถูกกดทับและแผลหายช้า ซิลิโคนเคลื่อนตัวผิดตำแหน่งนั่นเองค่ะ

5. เลือกรับประทานอาหาร

สำหรับอาหารที่คนไข้ควรรับประทานหลังเสริมจมูก ได้แก่ อาหารที่มีโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ นม ไข่ เนื่องจากโปรตีนมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายและกระตุ้นการสร้างผิวหนังให้แข็งแรงยิ่งขึ้น, อาหารไขมันดีอย่างน้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันถั่วเหลือง ที่ช่วยสลายโปรตีนมาใช้เป็นพลังงานสำหรับซ่อมแซมเยื้อหุ้มเซลล์ ช่วยให้แผลสมานตัวไวขึ้น, อาหารที่มีธาตุเหล็กและสังกะสีอย่างผักใบเขียว ถั่วเหลือง อาหารทะเล ที่ช่วยสังเคราะห์โปรตีนและคอลลาเจนสำหรับผลิตเซลล์ผิวใหม่และสมานแผลไปในตัว, อาหารที่มีวิตามิน C อย่าง บรอกโคลี ส้ม ฝรั่ง กีวี ที่ช่วยที่ช่วยดูดซึมธาตุเหล็กและกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผนังหลอดเลือด เป็นผลทำให้แผลสมานตัวไวขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้มากกว่า 6-8 แก้วด้วยนะคะ เพราะน้ำเป็นสารละลายที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังเคลื่อนที่จากขอบแผลมาปิดคลุมบาดแผลและป้องกันเซลล์ผิวตายจากภาวะผิวขาดน้ำ อันเป็นเหตุให้อาการเจ็บปวดบริเวณแผลกำเริบมากขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการงดรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารรสจัด (ร้อนจัด เผ็ดจัด) และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลเวียนไปยังใบหน้ามากเกินไปจนทำให้แผลหายช้า , อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบและอาหารหมักดองอย่างปลาร้า ก้อยเนื้อ ซอยจุ๊ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากอาหารที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการปรุงสุกด้วยนะคะ

6. งดสัมผัสหรือทำกิจกรรมบางประเภทหลังเสริมจมูก

เราขอแนะนำให้งดการสัมผัสจมูกทุกวิถีทางอย่างน้อย 14 วัน ไม่ว่าจะเป็นการล้วง แคะ แกะ เกาบริเวณจมูก รวมไปถึงกิจกรรมที่ทำให้ต้องออกแรงมากกว่าปกติ เช่น ออกกำลังกาย วิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน รวมไปถึงบางกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนแผลได้ง่าย เช่น การเลเซอร์หน้า นวดหน้า ทำทรีตเมนต์ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงงดสั่งน้ำมูกอีกด้วย ทั้งนี้หากคนไข้ป่วยเป็นหวัด น้ำมูกไหล ให้รีบทานยาลดน้ำมูกทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมูกไหลมาโดนแผลและเกิดการติดเชื้อได้ด้วยนะคะ

nsc เสริมจมูก wongnai
NSC Clinic ดูแลโดยแพทย์หญิงนรินธร ศักดิ์ศรียุทธนา หรือหมอกิ๊ฟ ศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทาง ทางคลินิกใช้เทคนิค Lunar Graft (กระดูกอ่อนหลังหู) และ Lunar Rib Graft (กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง) คือการตกแต่งโดยใช้กระดูกอ่อนหลังหู หรือ กระดูกอ่อนซี่โครง ทำให้เป็นรูปคล้ายพระจันทร์เสี้ยวแล้วนำไปปลูกถ่ายบริเวณปลายจมูก ทำให้ปลายเกิดความโค้งมนไม่แหลมพุ่งจนเกินไป ปรับสันจมูกให้ดูสโลป และมีท้องจมูก เพิ่มความความหวานให้ใบหน้าดูละมุน ออกมาเป็น “ทรงลูน่า” ที่คุณหมอกิ๊ฟคิดค้นเพื่อตอบโจทย์จมูกของสาวเอเชียโดยเฉพาะ

เสริมจมูกแบบโอเพ่น ที่ไหนดี

NSC Clinic เป็นศูนย์ศัลยกรรมความงามครบวงจรที่ให้บริการด้านศัลยกรรมหลากหลายประเภทเรามีทีมแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและมีทีมแพทย์มากประสบการณ์คอยให้การดูแลทุกท่าน เพราะทางคลินิกอยากให้คนไข้ที่เข้ามารับบริการได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดโดยในการผ่าตัดศัลยกรรมแต่ละหัตถการเรามีการ “ออกแบบเคสต่อเคส” เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเข้ากับรูปหน้าของคนไข้มากที่สุดพร้อมทั้งมีทีมแพทย์ที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำได้ตรงตามความต้องการเพราะเราอยากให้ทุกท่านได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาจนรับการรักษาออกไปค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

รู้ก่อนศัลย์! เสริมจมูกโอเพ่น ทำไมต้องดมยาสลบ ?

เสริมจมูกโอเพ่น อันตรายไหม คุ้มไหม ถ้าจะเสริมครั้งแรก

7 ปัญหาจมูก ที่จบได้ด้วยเทคนิค Open Recon